วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561

นักบุญอันนา



          นักบุญอันนา  สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าดาวิด และเป็นมารดาของมารีย์ (มารดาพระเยซู) พระวรสารนักบุญยากอบระบุว่านักบุญอันนาและนักบุญโยอาคิมผู้เป็นสามีไม่มีลูกจนเมื่ออายุมาก 
        วันหนึ่งก็มีทูตสวรรค์มาปรากฏตัวแล้วบอกว่าจะมีลูก นักบุญอันนาก็สัญญาว่าจะยกลูก ให้ผู้รับใช้พระเจ้า นักบุญอันนาได้เฝ้าอบรมสั่งสอนพระนางมารีอา จนเธอได้เป็นมารดาพระเจ้า 



          พระนางมารีอาได้เลียนแบบในการอบรมสั่งสอนพระเยซูเจ้า ในความเชื่อ
ที่เป็นพื้นฐานแห่งความกล้าหาญและความเข้มแข็ง พระนางจึงสามารถยืนอยู่ที่เชิงไม้กางเขนโดยไม่ได้เสียความเชื่อขณะพระบุตรถูกตรึงบนไม้กางเขน  ฉะนั้น นักบุญอันนาจึงเป็นมารดาตัวอย่าง และแม่พิมพ์ของคริสตชนทุกคนที่เป็นแม่ในการเลี้ยงดูบุตร


บทภาวนา
        ข้าแต่ท่านนักบุญอันนา  ท่านเป็นผู้มีบุญได้เป็นมารดาของพระนางพรหมจารีย์มารีอา  และพร้อมกับท่านนักบุญโยอากิมสามีของท่าน  ข้าพเจ้าขอฝากตัวไว้ในความคุ้มครองของท่าน  ขอท่านโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายพ้นอันตรายทั้งกายและวิญญาณ  มีความรัก  เสียสละ อดทน มีจิตใจที่เข้มแข็งมั่นคง  กล้าหาญที่จะทำความดี  หลีกหนีความชั่ว  พร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยเถิด  (อาแมน)

นักบุญลูซีอา พรหมจารีและมรณสักขี


นักบุญลูซีอา พรหมจารีและมรณสักขี
ฉลอง  13 ธันวาคม



        "ลูซีอา" ชื่อเธอแปลว่า แสงสว่าง ในวัยเด็ก ลูซีอาได้ถวายตัวแด่พระเจ้า บิดาของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก มารดาของเธอได้จัดเตรียมการสมรสให้เธอ แต่เธอไม่เต็มใจและใช้เวลากว่า 3 ปีเพื่อชะลอการแต่งงาน และได้สวดภวานาขอนักบุญอกาธาช่วยให้มารดาเปลี่ยนใจ และต่อมามารดาของลูซีอาซึ่งป่วยมาเป็นเวลานาน ก็ได้หายเป็นปกติ และยินยอมทำตามใจปรารถนาของเธอ



        หนุ่มเศรษฐีหลังได้รับการปฏิเสธจึงโกรธมาก ได้ไปกล่าวกับทางการว่า    ลูซีอาเป็นคริสตชน เจ้าเมืองพยายามบังคับข่มขู่เท่าใด ก็ไม่สามารถทำให้ลูซีอาละทิ้งความเชื่อในพระคริสตศาสนาได้จึงถามเธอว่า "พระจิตสถิตอยู่ในตัวเธอหรือ" เธอตอบว่า "ผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ก็เป็นที่สถิตของพระจิตเจ้า" เขาจึงทรมานเธอ หลังจากควักลูกนัยน์ตาลูซีอาแล้ว เขาก็ได้จุดกองไฟรอบตัวเธอ เพื่อว่าเมื่อทนร้อนจัดไม่ได้ก็จะได้ละทิ้งความเชื่อด้วยความจำยอม แต่เธอก็ไม่ได้รับอันตราย ในที่สุดก็ใช้ดาบแทงอกเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ตายในทันที จนกระทั่งพระสงฆ์มาโปรดศีลมหาสนิทให้ ในตำนานมีกล่าวไว้ว่า ลูซีอากลับมองเห็นได้ก่อนเธอจะสิ้นใจ

        ลูซีอา ได้รับการยกย่องนับถือจากประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานเกี่ยวกับโรคตา ชื่อเสียงของนักบุญลูซีอา เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมากในเกาะซิซิลี เป็นต้นที่เมืองซีราคูซา และที่เมืองนี้เองที่นักโบราณคดีได้ค้นพบร่องรอย (1894) ที่ทำให้สามารถยืนยันได้ว่า การเคารพให้เกียรตินามนักบุญองค์นี้ ได้เริ่มมีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 5 แล้ว การค้นพบดังกล่าวก็คือ มีตัวหนังสือบนหลุมศพของเธอ และในคาตาคอมบ์ของเมืองนั้น และเนื่องจากการเคารพให้เกียรติเธอนั้นแพร่หลายมาก พระศาสนจักรโรมันจึงได้ใส่ชื่อเธอในบทภาวนาอนุโมทนาคุณโรมันด้วย ซึ่งเชื่อว่าคงจะเป็นผลงานของนักบุญเกรกอรี่ องค์ใหญ่



          

นักบุญเซซีลีอา พรหมจารียและมรณสักขี


นักบุญเซซีลีอา พรหมจารียและมรณสักขี
เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของการคีตดนตรี และนักดนตรีทั้งหลาย
ฉลอง  22 พฤศจิกายน



            เซซีลีอา เกิดในตระกูลชั้นสูงในกรุงโรม เป็นผู้ที่ศรัทธาต่อพระเยซูเจ้า และได้ถวายคำปฎิญาณจะอุทิศชีวิตถือพรหมจรรย์แด่พระเจ้า อย่างไรก็ตามบิดามารดาได้บังคับให้เธอแต่งงานกับบุรุษผู้สูงศักดิ์นามว่า วาเลเรี่ยน หากแต่ท่านปรารถนาจะรักษาความบริสุทธิ์ของท่านไว้ เพื่อถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้เอง ท่านจึงถือศีลอดอาหาร นุ่งผ้ากระสอบ และภาวนาอ้อนวอนต่อบรรดานักบุญ ทูตสวรรค์ ของพระเจ้า ให้ช่วยรักษาความบริสุทธิ์ของท่านเอาไว้


            
         ในเย็นวันแต่งงานเซซีลีอา ได้กล่าวกับสามีของตนว่าฉันจะบอกความลับหนึ่งกับคุณ ถ้าคุณสาบานว่าจะมิเปิดเผยเรื่องนี้กับผู้ใด ฉันมีทูตสวรรค์คอยสอดส่องอยู่เหนือฉัน และท่านผู้นี้จะขจัดปัดเป่าใครก็ตามที่หมายจะแตะต้องฉันออกไปได้ฟังดังนี้ สามีของเธอก็ขอให้เธอแสดงทูตสวรรค์ของท่านออกมาให้เขาเห็น ด้วยเหตุนี้เอง เซซิเลีย จึงส่งเขาไปหา พระสันตะปาปา เอส. เออร์บาน ผู้เจิมศีลล้างบาปให้กับเขา และเมื่อเขากลับมา เขาพบเซซิเลียกำลังสวดภาวนาอยู่ในห้องใต้หลังคา ณ ที่นั้นมีทูตสวรรค์อยู่องค์หนึ่ง มีปีกเป็นเพลิงลุกไหม้ ในมือถือมาลัยมงกุฎกุหลาบและลิลลี่ ทูตสวรรค์องค์นั้นได้นำมาลัยมงกุฎนั้นมาสวมให้กับพวกเขา ก่อนจะอันตรธานหายไป ทิเบอร์ทิอุส น้องชายของ วาเลเรี่ยน ก็มีอันต้องพิศวงงงงวยกับมาลัยดอกไม้ที่สดไม่เหี่ยวเฉาร่วงโรยตลอดทั้งปี และหลังจากเขาได้ทราบเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ทั้งหมดนั้น เขาก็ตัดสินใจขอรับศีลล้างบาปด้วยอีกคนหนึ่ง

          หลังจากนั้น วาเลเรี่ยน กับ ทิเบอร์ทิอุส ได้ตั้งปณิธานว่าจะนำบรรดามรณะสัขขีที่ถูกฆ่ารายวันโดยผู้ปกครองชาวโรมันมาทำพิธีฝังศพให้เกียรติอย่างถูกต้อง ซึ่ง ณ เวลานั้น คริสตศาสนาถูกเบียดเบียนอยู่ไม่น้อย และการกระทำดังกล่าวก็ขัดต่อความเห็นชอบของทางผู้ปกครองของโรมันด้วย ภายหลังทั้งสองคนถูกจับกุมตัวจาการละเมิดนี้ ถูกนำตัวหาผู้ปกครองของโรมัน ชื่อว่า เธอร์ซิอุส อัลมาคิอุส ทั้งสองยอมรับข้อกล่าวหา และปฏิเสธที่จะประกอบพิธีบูชายัญ กราบไหว้บูชาเทพเจ้าของทางโรมัน และยอมที่จะถูกตัดสินประหารชีวิตลงด้วยดาบ

            ในเวลาเดียวกัน ทางด้าน เซซิเลีย ได้ออกแพร่ธรรม สั่งสอนผู้คนที่หลงผิดไปให้กลับใจหาแสงสว่างและความดีงาม ซึ่งผลของการออกแพร่ธรรมเทศน์สอนนั้น ก็สามารถทำให้คนร่วม 400 คนกลับใจใหม่ และได้รับการเจิมศีลล้างบาปจากพระสันตะปาปา เออร์บาน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซซิเลีย ก็ถูกจับกุมตัว ผลตัดสินคือท่านต้องถูกลงโทษโดยทรมานจนตาย ท่านถูกจับขังในห้องอาบน้ำที่ปิดตาย หมายให้ขาดอากาศหายใจ ถูกขังปิดตายในนั้นทั้งวันทั้งคืน ขณะเดียวกันก็มีการจุดไฟให้ความร้อนจนถึงขีดสุด รมเข้าไปในห้องอาบน้ำนั้น เพื่อทรมานท่านให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เซซิเลียก็หาร้องคร่ำครวญด้วยความทุกข์ทรมานแต่อย่างใดไม่
 
            เมื่ออัลมาคิอุสได้ยินเช่นนั้น เขาจึงสั่งให้เพชฌฆาตไปตัดศีรษะของเซซิเลีย แต่หลังลงดาบถึง 3 ครั้ง เพชฌฆาตก็ยังไม่อาจตัดศีรษะของท่านออกมาได้ แต่กระนั้นก็ดี ท่านก็มีแผลฉกรรจ์ที่คอและเลือดก็ไหลรินออกมาจากปากแผลนั้น ท่านถูกทิ้งไว้เช่นนั้นเป็นเวลา 3 วัน ฝูงชนได้เข้ามาหา เอาผ้าสำลีและฟองน้ำเช็ดเหลือที่ไหลรินออกมา จนในวันสุดท้าย ท่านจ้องมองไปที่ฝูงชนและคนที่รักเธอเป็นครั้งสุดท้าย ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า หลับตาลงอย่างสงบ และไม่เปิดมันขึ้นมาอีกเลย ฝูงชนและบรรดาเพื่อนของท่านต่างแน่ใจเลยว่า ท่านได้รับการปลดปล่อยอย่างสงบในสวรรค์แล้ว เซซิเลียได้ถูกฝัง และได้รับการประกอบพิธีศพโดยพระสันตะปาปา เออร์บาน และคณะนักบวชของพระองค์ การเสียชีวิตของเซซิเลีย ถือเป็นการตายอย่างมรณะสัขขีที่ตายเพื่อยืนยันความเชื่อที่ดีงาม ที่ถูกต้อง ก่อนที่ท่านจะได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญในภายหลัง จนในปีคริสตศักราชที่ 1599 พระคาร์ดินัล พอล เอมิลิอุส ซฟอนดราที หลานของพระสันตะปาปา เกรเกอรี่ ที่ 14 ก็บูรณะ โบสถ์แห่ง นักบุญ เซซิเลีย ขึ้นมาใหม่ ส่วนการที่ท่านเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์นัดดนตรี ก็เพราะท่านได้ยินเสียงเพลงสวรรค์ ในยามที่ท่านแต่งงานนั่นเอง ซึ่งภาพงานศิลปะที่วาดสื่อถึงท่าน ก็มักวาดภาพท่านออกมาโดยมีออร์แกนอยู่ด้วย นอกจากนี้ ศพของท่านภายหลังจากท่านมรณะไปเป็นเวลานานแล้ว ถูกพบว่ามือข้างหนึ่งของท่านมีนิ้วอยู่ 3 นิ้ว กางแผ่กางออกมา ขณะที่อีกข้างหนึ่งมีนิ้วกางแผ่ออกมาเพียงนิ้วเดียว เป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเชื่อในพระตรีเอกภาพหนึ่งเดียวอย่างน่าอัศจรรย์



ข้อมูลจาก http://catholic.egat.co.th/people/nov22.htm